Home > สุขภาพ > รับประทานอาหารอย่างไรให้เหมาะกับรูปร่าง

รับประทานอาหารอย่างไรให้เหมาะกับรูปร่าง

Advertising


รับประทานอาหารอย่างไรให้เหมาะกับรูปร่าง

แต่ละคนมีรูปร่างที่แตกต่างกัน  การที่จะรู้ว่าต้องบริโภคอย่างไรให้เหมาะสมจึงจำเป็นต้องดูจากรูปร่างของแต่ละคนด้วย   การรับประทานอาหารให้เหมาะกับรูปร่างนั้นเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้คุณสามารถรักษาสุขภาพที่ดีรวมถึงช่วยให้ควบคุมน้ำหนักได้ดีขึ้นด้วย  แต่ถึงแม้ว่ารูปร่างต่างกัน  ก็พบว่าบริเวณที่มีการสะสมของไขมันจะเหมือนกัน  คืออยู่ที่ 2 ตำแหน่งใหญ่ ๆ  ได้แก่  ส่วนกลางของร่างกาย และ ส่วนล่างของร่างกายที่บริเวณบั้นท้ายและต้นขา   การปรับวิธีการรับประทานอาหารและปัจจัยอื่นๆ  จึงควรจะปรับให้สอดคล้องกับปัญหาน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นจากการสะสมของไขมันที่ 2 ตำแหน่งนี้เป็นหลัก  หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีปัญหาเหล่านี้  ลองนำเทคนิคต่อไปนี้ไปใช้กันดีกว่า

 

ถ้าคุณมีน้ำหนักมากที่บริเวณส่วนกลางของร่างกาย

  1. ให้รับประทานอาทานที่ประกอบไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัว และพยายามรับประทานอาหารที่ประกอบไปด้วยไขมันอิ่มตัวในระดับสูงให้น้อยที่สุด เช่น อาหารทอด ผลิตภัณฑ์นมที่มีไขมันสูง และอาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูป  และเปลี่ยนไปรับประทานน้ำมันที่มาจากพืช เช่น น้ำมันถั่วลิสงหรือน้ำมันมะกอก จะเป็นน้ำมันที่ดีประกอบไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัว พืชตระกูลถั่วต่างๆ หรือพวกเมล็ดพืชต่างๆ เช่น เมล็ดทานตะวัน รวมทั้งปลาแซลมอน ก็เป็นอาหารที่ให้ไขมันที่ดีต่อสุขภาพ  ซึ่งควรรับประทานให้ได้ 35% ของพลังงานที่ได้จากการรับประทานทั้งหมดต่อวัน
  2. จำกัดปริมาณคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งที่คุณต้องรับประทาน โดยอาหารกลุ่มนี้ได้แก่ ขนมปัง ข้าว หรือ พาสต้า ซึ่งควรรับประทานไม่เกิน 40% ของพลังงานที่ได้จากการรับประทานทั้งหมดต่อวัน  ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณรับประทานอาหาร 1200 แคลอรี่ต่อวัน คุณสามารถรับประทานคาร์โบไฮเดรตได้ 480 แคลอรี่
  3. รับประทานโปรตีนให้ได้  25% ของพลังงานที่ได้จากการรับประทานทั้งหมดต่อวัน  ในปริมาณอาหาร

1200 แคลอรี่ต่อวัน ดังนั้นคุณต้องการโปรตีนอีกแค่ 300 แคลอรี่ ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานไขมันที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งจะทำให้รอบเอวของคุณเพิ่มขึ้น  ให้คุณเลือกที่จะรับประทานแต่พวกเนื้อแดงไม่ติดมัน ไก่ที่ไม่มีหนัง หรือเนื้อไก่งวง ปลาแซลมอนถือเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีที่ให้คุณได้ทั้งโปรตีนและไขมันไม่อิ่มตัวที่คุณต้องการ

 

ถ้าคุณมีน้ำหนักมากที่บริเวณส่วนล่างของร่างกาย

  1. ให้จำกัดปริมาณของไขมัน รวมทั้งไขมันอิ่มตัวที่ไม่ดีต่อสุขภาพที่คุณรับประทานเข้าไป  เนื่องจากรูปร่างในลักษณะนี้มักจะมีแนวโน้มที่จะมีการสะสมของไขมันได้ง่าย จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่จะต้องหลีกเลี่ยงการรับประทานไขมันที่มากเกินไปนั่นเอง  ควรรับประทานอาหารจำพวกไขมันไม่อิ่มตัวให้ได้ 15%  ของพลังงานที่ได้จากการรับประทานทั้งหมดต่อวัน  รวมถึงพวกน้ำมันจากพืช พืชตระกูลถั่วและปลาแซลมอนด้วย
  2. รับประทานอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนให้ได้ 55% ของพลังงานที่ได้จากการรับประทานทั้งหมดต่อวัน  นั่นหมายถึง คุณสามารถรับประทานได้เกินกว่าครึ่งหนึ่งของอาหารที่คุณรับประทานเข้าไปได้จากคาร์โบไฮเดรตที่มีประโยชน์กลุ่มนี้ เช่น ขนมปังโฮลวีต พาสต้า ข้าวซ้อมมือ ผักและผลไม้ และถั่วต่างๆ
  3. อีก 30% ของแคลอรี่ที่เหลือของพลังงานทั้งหมดต่อวันที่ได้จากการรับประทาน  ให้เลือกรับประทานโปรตีนที่ดีต่อสุขภาพของคุณ  ซึ่งสามารถรวมถึง ปลาแซลมอนหรือปลาทูน่า เนื้อแดง ไก่ย่างที่ไม่มีหนัง พืชตระกูลถั่วต่างๆ และ ผักใบเขียวด้วย

 

เกร็ดน่ารู้

ถ้าคุณไม่ได้มีรูปร่างที่มีไขมันสะสมมากในบริเวณที่กล่าวมาแล้ว นั่นก็หมายถึงน้ำหนักของคุณได้กระจายไปทั่วทั้งร่างกาย สิ่งที่คุณจะต้องทำคือคงการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ไว้ คุณอาจจะสามารถกินพวกอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวได้นิดหน่อยตามความพอใจของคุณ แต่ก็ต้องอยู่ในปริมาณที่จำกัด และจำไว้ว่าต้องได้ 40% ของแคลอรี่จากคาร์โบไฮเดรตและ 30% ของแคลอรี่จากโปรตีนและไขมันไม่อิ่มตัว

comments