Home > สไลด์ > การสำรองข้อมูลเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ

การสำรองข้อมูลเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ

Advertising


วิธีง่ายที่สุดในการสำรองข้อมูลเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ

วิธีง่ายที่สุดในการสำรองข้อมูลเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ

ครั้งหนึ่งไฟล์ข้อมูลทั้งหมดของผมหายไป เอกสารล้ำค่าจากตลอดทั้งปี, ภาพถ่ายรวมถึงไฟล์จากคนอื่นๆ ที่ผมเก็บไว้จนแทบลืม – ทุกอย่างอันตรธานหายไปเมื่อฮาร์ดไดรฟ์ของผมได้รับความเสียหาย ผมควรจะทำการสำรองข้อมูลทั้งหมดไว้ แต่ก็นั่นแหละผมยังเด็กเลยประมาทจนเกิดความผิดพลาดขึ้น เชื่อว่าหลายคนคงไม่เคยสำรองข้อมูลจนกว่าพวกเขาจะสูญเสียข้อมูลทั้งหมดไป แต่ตอนนั้นมันก็สายเกินแก้เสียแล้ว อย่ารีรอให้เกิดความเสียหายขึ้น เริ่มต้นสำรองข้อมูลเสียตอนนี้ หากคุณยังไม่ได้ลงมือทำ

การสำรองข้อมูลออนไลน์

การสำรองข้อมูลออนไลน์ช่วยให้คุณอัพโหลดไฟล์และสามารถเรียกใช้งานได้จากทุกที่ทุกเวลา ผู้ให้บริการจัดเก็บข้อมูลจะเข้ามาให้บริการในการช่วยดูแลรักษาและทำสำเนาข้อมูลที่มากมายแก่คุณ

ด้วยตัวเลือกที่แตกต่างกันสามารถทำให้มันเป็นไปได้ตามความต้องการ ผู้บริโภคโดยทั่วไปจะใช้บริการจัดเก็บจาก ดร็อปบ๊อกซ์ (Dropbox), กูเกิ้ลไดรฟ์ (Google Drive) หรือ ไมโครซอฟท์ วันไดรฟ์ (Microsoft OneDrive) – ตัวช่วยสำคัญเพื่อให้คุณทำการสำรองไฟล์สำคัญที่สามารถเข้าใช้งานได้จากทุกที่ วันไดรฟ์ (OneDrive) ถูกรวมเข้ามากับ Windows Explorer 8.1 ซึ่งแต่ละบริการนี้จะให้พื้นที่เพียงไม่กี่กิกะไบต์แก่คุณเพื่อใช้ในการเก็บข้อมูลฟรี และหากต้องการพื้นที่มากกว่านั้นสำหรับการซื้อพื้นที่จัดเก็บเพิ่มเติม

หนึ่งในบริการเหล่านี้ย่อมดีกว่าการเก็บรักษาข้อมูลของคุณไว้บนคอมพิวเตอร์ที่บ้านอย่างแน่นอน แต่ก็ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับการสำรองข้อมูลระยะยาวเช่นกัน บริการสำรองข้อมูลจาก แครชแพลน (CrashPlan) หรือ คาร์โบไนต์ (Carbonite) จะมีการกำหนดระยะเวลาในการเข้าใช้งานหลังจากคุณได้ทำการติดตั้งซอฟท์แวร์ลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณเรียบร้อยแล้ว โดยจะให้บริการสำรองข้อมูลที่คุณเลือกไว้อย่างอัตโนมัติ ทั้งสองผู้ให้บริการสำหรับพื้นที่การจัดเก็บที่ไม่จำกัดสำหรับระดับราคาหนึ่ง ดังนั้นพวกเขาจะมีบริการแก้ปัญหาได้ดีกว่าบริการการเรียกใช้ไฟล์พร้อมกันโดยทั่วไป หากว่าคุณมีข้อมูลจำนวนมากที่ต้องการทำการสำรอง

เครื่องมือต่างๆ เหล่านี้จะช่วยให้คุณ “สำรองข้อมูลนอกสถานที่” ได้ – เว้นเสียแต่ว่าบ้านของคุณถูกไฟไหม้หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของคุณถูกขโมยไป หากไม่ใช่ทั้งสองกรณีนี้ อย่างไงเสียข้อมูลสำรองของคุณก็จะยังอยู่แน่นอน โดยที่เครื่องมือเหล่านี้เองก็ต้องการแบนด์วิดธ์ที่ดีสำหรับการอัพโหลดไฟลด้วยเช่นกัน แต่ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เว้นแต่คุณจะทำการสำรองข้อมูลเพียงไม่กี่กิกะไบต์

วินโดว์ 7 (Windows 7) สำหรับการสำรองข้อมูลและการกู้คืน

วินโดว์ 7 มาพร้อมเครื่องมือสำรองข้อมูลแบบดั้งเดิมที่ติดตั้งมาด้วยกัน เยี่ยมชมระบบและความปลอดภัย จากนั้นจึงทำการสำรองและกู้คืนข้อมูลโดยการเข้าใช้งานในคอนโทรลพาเนล (Control Panel) สำหรับการตั้งค่าต่างๆ ให้ระบบการสำรองข้อมูลทำงานได้เองโดยอัตโนมัติ หรือตั้งค่าให้วินโดว์สามารถสำรองข้อมูลได้เองโดยอัตโนมัติตามตารางเวลาที่คุณต้องการ บันทึกการสำรองข้อมูลไปยังไดรฟ์ภายนอก, ระบบเน็ตเวิร์กหรือเขียนข้อมูลลงแผ่นซีดี (CD) หรือ ดีวีดี (DVD)

ประวัติไฟล์ (File History-ไฟล์ ฮิสทรี่) ในวินโดว์ 8 (Windows 8)

วินโดว์ 8 จะมาพร้อมกับเครื่องมือสำรองข้อมูลในชื่อ ประวัติไฟล์ (File History-ไฟล์ ฮิสทรี่) เครื่องมือที่มีความเหมาะสมสำหรับผู้ใช้และสามารถใช้ในการสำรองข้อมูลได้โดยง่าย – จะทำงานโดยให้คุณสามารถสร้างประวัติการใช้ข้อมูลของคุณเองเพื่อให้สามารถกู้คืนและเรียกใช้งานได้ในภายหลัง ซึ่งต้องใช้งานควบคู่ไปกับฮาร์ดไดรฟ์ภายนอกหรืออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเครือข่ายที่มาพร้อมกันสำหรับการสร้างการสำรองข้อมูลในประวัติไฟล์

เริ่มต้นใช้งานจากการเข้าสู่คอนโทรลพาเนล (Control Panel) เปิดเข้าใช้งานจากรายการระบบและความปลอดภัย, ประวัติไฟล์ (System and Security, File History) ทำการเชื่อมต่อไดรฟ์ภายนอกและตั้งค่าไดรฟ์สำหรับการบันทึกประวัติไฟล์ วินโดว์จะทำการสำรองข้อมูลให้เองอัตโนมัติจากแฟ้มส่วนตัวของคุณเหมือนเป็นห้องสมุดและเดสก์ทอปของคุณเอง เพื่อให้แน่ใจว่าไฟล์ข้อมูลของคุณจะได้รับการดูแลและบันทึกไว้ในแฟ้มนั้น ประวัติไฟล์จะมีการทำงานทุกๆ ชั่วโมงโดยเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อคุณทำการเชื่อมต่อไปยังไดรฟ์ภายนอก

คุณสามารถใช้เครื่องมือการสำรองข้อมูลจากผู้ให้บริการรายอื่นๆได้ด้วยเช่นกัน ความสมบูรณ์ของการสำรองข้อมูลด้วยเครื่องมือจากวินโดว์จะสามารถใช้งานได้จากเครื่องมือที่มีอยู่ในตัวเลือกแต่บ่อยครั้งเครื่องมือที่ง่ายที่สุดจะถูกสร้างขึ้นในวินโดว์ด้วยตัวมันเอง ทำการสำรองข้อมูลอยู่เป็นประจำ – อย่าเพียงแค่สร้างทิ้งไว้แล้วลืมมัน

เพื่อความปลอดภัยจริงๆ ขอแนะนำให้คุณทำการสำรองข้อมูลทั้งแบบในเครื่องและออนไลน์ของไฟล์สำคัญๆ การสำรองข้อมูลแบบออนไลน์นับเป็นการสำรองข้อมูลแบบนอกสถานที่อีกแบบหนึ่ง คุณสามารถมั่นใจได้แม้ว่าบ้านของคุณจะไฟไหม้หรือน้ำท่วมหรือแม้ว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของคุณจะได้รับความเสียหายก็ตาม ข้อมูลสำคัญของคุณก็จะยังปลอดภัยอย่างแน่นอน หากคุณเคยประสบปัญหาจากการจัดเก็บข้อมูลด้วยคลาวด์สตอเรจ (Cloud Storage) และข้อมูลของคุณเกิดความเสียหาย การใช้การสำรองข้อมูลแบบในเครื่องจะเป็นการปกป้องคุณได้ดีเช่นกัน

comments