Home > ที่อยู่อาศัย > กันสาดหลังคาติดบ้าน วิธีเลือกและราคา

กันสาดหลังคาติดบ้าน วิธีเลือกและราคา

Advertising


การมีบ้านหลังนึงไม่ว่าจะปลูกเองหรือซื้อกับทางโครงการต่างๆนั้น โดยทั่วไปแล้วก็จะมีการวิเคราะห์ในทิศทางของการรับแสง  เพื่อไม่ให้บ้านนั้นรับแสงมากหรือน้อยจนเกินไป แต่ในทางปฏิบัติแล้วเราอาจจะทำตามแบบของตัวเองไม่ได้เท่าที่ควร โดยเฉพาะการซื้อบ้านจากโครงการที่มีแบบแปลนเหมือนๆกันทุกหลัง ทำให้บางทีหน้าต่างอาจรับแสงยามบ่ายจนทำให้บ้านร้อน หรือบางทีเวลาฝนตกฝนก็ซัดเข้ามาในบ้านอีก จึงมีการแก้ปัญหาที่เหมาะสมที่สุดคือการ ติดกันสาด นั่นเอง แต่จะติดแบบไหน ยังไง วันนี้ผมได้รวบรวมความรู้เกี่ยวกับกันสาดมาฝากทุกท่านกันแล้วครับ ไปชมกันได้เลย

สำหรับประเภทของกันสาดนั้น ถ้าแยกตามลักษณะนั้นจะมีอยู่ 2 แบบด้วยกัน คือ แบบยื่นออกมาจากตัวบ้าน และแบบตั้งเสา นั่นเอง

2

กันสาดแบบยื่นออกมาจากตัวบ้าน
กันสาดแบบนี้จะมีส่วนที่ยึดติดกับโครงสร้างของบ้านและยื่นออกไปเป็นแกน ด้านบนก็จะมุงเป็นหลังคาด้วยวัสดุต่างๆ เช่น ผ้าใบ กระเบื้อง ไวนิล เมทัลชิล ที่เป็นวัสดุทึบแสง หรือวัสดุโปร่งแสง อาทิ กระจก อคริลิค แผ่นโพลีคาร์บอเนต โดยกันสาดแบบนี้จะมีข้อดีก็คือไม่มีเสาตั้งให้ระเกะระกะโครงสร้างของบ้าน และติดตั้งง่ายกว่าเนื่องจากไม่ต้องกังวลกับการทรุดตัวของเสา แต่กันสาดแบบนี้ก็มีข้อจำกัดในส่วนของน้ำหนักของวัสดุที่นำมาใช้ต้องมีน้ำหนักที่เบาเนื่องจากจุดยึดกับโครงสร้างนั้นอาจรับน้ำหนักได้ไม่มาก และการยื่นออกมาของหลังคานั้นก็ทำไม่ได้มากเท่าไหร่ เนื่องจากยิ่งยื่นออกมามากแรงที่ตกอยู่ที่จุดยึดและแกนหลังคายิ่งเยอะซึ่งอาจเกิดการแตกหักจนเกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้นกันสาดแบบนี้จึงเหมาะกับการติดหน้าต่าง หรือระเบียงบ้านแคบๆมากกว่า

กันสาดแบบมีเสา

กันสาดแบบมีเสา
กันสาดแบบนี้จะมีเสาเป็นตัวรับน้ำหนัก ทำให้ไม่ต้องไปกังวลกับการยึดตึดกับโครงสร้างของตัวบ้าน ซึ่งกันสาดแบบนี้มีข้อดีก็คือ สามารถยืดกันสาดออกไปยาวเท่าไหร่ก็ได้เนื่องจากไม่ต้องกังวลเรื่องความแข็งแรงของจุดยึดเหมือนแบบแรก แต่ก็ต้องมีการออกแบบให้ดูดีและลงตัวกับบ้านเพื่อไม่ให้ดูเกะกะ รกสายตา และต้องคำนึงในส่วนของความหนาแน่นของดิน ไม่เช่นนั้นแล้วเมื่อเกิดอาการทรุดจะทำให้บ้านและกันสาดไม่เท่ากัน ดูไม่สวยงาม

หลังจากที่ดูลักษณะของกันสาดที่จะติดตั้งกันไปแล้ว ต่อไปเรามาดูที่โครงสร้างของกันสาดกันดีกว่าว่าใช้วัสดุแบบไหนดี ซึ่งมีให้เลือกอยู่ 4 แบบด้วยกันคือ เหล็ก ไม้ สแตนเลส และอื่นๆ

เหล็ก
สำหรับโครงสร้างแบบเหล็กนั้นข้อดีข้อแรกเลยก็คือ ความแข็งแรง ทนทาน อายุการใช้งานที่ยาวนาน และราคาที่ถูกที่สุดเมื่อเทียบกับโครงสร้างแบบอื่นๆ แต่ข้อเสียก็อยู่ในส่วนของความสวยงามที่ไม่สวยเมื่อเทียบกับแบบอื่นๆ และถ้าการขึ้นโครงไม่ดีนั้นอาจเกิดสนิมทำให้โครงสร้างผุกร่อนได้

ไม้
สำหรับโครงสร้างแบบไม้นั้นจะใช้ไม้เนื้อแข็งมาทำ ไม้ที่นิยมก็คือ ไม้เต็งและไม้แดง มีน้ำหนักที่เบากว่าเหล็กและสแตนเลส ข้อดีของโครงสร้างแบบไม้ก็คือ ความคลาสสิค มีสไตล์ เข้ากับบ้านได้ทุกรูปแบบ แต่ต้องใช้ช่างที่มีฝีมือและความรู้เกี่ยวกับไม้ เนื่องจากถ้าใช้ช่างที่ไม่มีความรู้แล้วอายุการใช้งานจะน้อยและงานไม่สวยงามเท่าที่ควร และข้อเสียที่สำคัญที่สุดเลยก็คือการที่โครงสร้างแบบไม้มีราคาที่สูงกว่าแบบอื่นๆอยู่พอสมควร เพราะต้องใช้ไม้ทั้งลำมาทำเลยทีเดียว

สแตนเลส
ครงสร้างแบบสแตนเลสนั้นจะใช้สแตนเลสเกรด 304 มาทำจะดีที่สุดเนื่องจากไม่เป็นสนิม จึงมีอายุการใช้งานที่นานกว่าเหล็ก แต่ด้วยโครงสร้างที่แข็งๆ ดัดได้ยาก ทำให้ไม่เหมาะกับบ้านหรือสถาปัตยกรรมที่ต้องการความสวยงามซักเท่าไหร่ แต่เหมาะจะใช้ในโรงงานและออฟฟิศซะมากกว่า

อื่นๆ
ซึ่งเป็นโครงกันสาดประเภทอื่นๆ เช่น กันสาดอลูมิเนียม ไม้เทียม หรือพลาสติก ซึ่งข้อดีของโครงสร้างจำพวกนี้คือมีน้ำหนักเบา ไม่เป็นสนิม แต่ส่วนมากจะเป็นแบบสำเร็จรูปซึ่งดีไซน์เพิ่มได้ยาก หาช่างที่ติดตั้งไม่ค่อยได้และยังมีราคาที่สูงพอสมควร

โฆษณา
เมื่อเลือกโครงสร้างของกันสาดได้แล้ว ต่อไปมาดูที่วัสดุที่จะใช้มุงเป็นหลังคาของกันสาดกันดีกว่าครับ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกันคือแบบทึบแสงและแบบโปร่งแสง ซึ่งแต่ละแบบมีวัสดุดังนี้

วัสดุทึบแสง

ผ้าใบทึบแสง

ผ้าใบทึบแสง
เป็นวัสดุมุงหลังคาที่เราสามารถดีไซน์ความสวยงามได้มากที่สุดในทุกแบบที่กล่าวถึง เนื่องจากสามารถเลือกสีสัน รูปทรง ให้เข้ากับสถาปัตยกรรมได้ตามที่ต้องการ และยังดูเป็นธรรมชาติ สามารถเลือกใช้กันสาดผ้าใบแบบพับเก็บได้ก็มีประโยชน์ในเรื่องของความยืดหยุ่น และผ้าใบยังมีข้อดีในเรื่องของกรองแสงแดดได้ดีและไม่เก็บสะสมความร้อนเอาไว้นั้นเอง

กระเบื้อง
เป็นกระเบื้องชนิดเดียวกับที่ใช้มุงหลังคาบ้าน ดังนั้นเมื่อใช้ชนิดเดียวกันกับหลังคาบ้านแล้วจึงดูเข้ากันกับตัวบ้าน และเสียงจากฝนตกก็ไม่ดังจนน่ารำคาญ แต่ในขณะเดียวกันด้วยน้ำหนักที่มาก ทำให้ไม่เหมาะกับกันสาดประเภทยืดออกมาจากตัวบ้านเนื่องจากหนักเกินไป

เมทัลชีท
เป็นหลังคากันสาดที่ออกแนวทื่อๆ แข็งๆ จึงไม่เหมาะกับการใช้ในสถาปัตยกรรมที่ต้องการความสวยงามซักเท่าไหร่ โดยอาจจะเห็นอยู่ในส่วนหลังบ้าน โรงงานอุตสาหกรรม ป้อมยาม แต่คุณสมบัติของหลังคาประเภทนี้ถ้าไม่นับความงามแล้วละก็ถือว่าตอบโจทย์ได้มากที่สุด ด้วยคุณสมบัติ ระบายและและสะท้อนความร้อนได้ดี ติดตั้งง่าย ชำรุดยาก ดัดโค้งได้ตามต้องการ ไม่กักเก็บความร้อน น้ำหนักเบา และอายุการใช้งานนาน แต่อาจจะมีข้อเสียตรงที่เสียงรบกวนจากฝนนั้นอาจดังพอสมควร

ไวนิล
ด้วยคุณสมบัติที่ทึบแสง น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย ทำให้เริ่มเป็นที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน ข้อเสียคือมีราคาที่สูงกว่าวัสดุอื่นๆพอสมควรและไม่ค่อยเข้ากับสถาปัตยกรรมสักเท่าไหร่

วัสดุโปร่งแสง

51

แผ่นโพลีคาร์บอเนต
น้ำหนักเบา โครงสร้างดัดได้ง่าย เป็นที่นิยมในบ้านสไตล์โมเดิร์น เนื่องจากเรียบและมีเส้นลายน้อย และยังลดเสียงฝนที่ตกกระทบได้เป็นอย่างมาก แต่ในปัจจุบันนั้นพบว่าโพลีคาร์บอเนตนั้น ซีด แตก และเป็นคราบตะไคร้ได้ง่าย แต่ก็ต้องดูที่เกรดของตัววัสดุด้วยเนื่องจากมีหลายเกรด เหมาะสำหรับทำเป็นโรงตากผ้า หรือบริเวณที่ต้องการความร้อน เนื่องจากวัสดุประเภทนี้ไม่ได้กรองแสงสักเท่าไหร่ และแผ่นโพลีคาร์บอเนตยังแบ่งออกได้เป็น 3 รูปแบบ คือ แบบตัน แบบลูกฝูก และแบบลอน

นอกจากที่เสนอมาแล้วนั้นที่จริงแล้วยังมีวัสดุอีกหลายประเภทที่นำมาทำเป็นกันสาดอีกนะครับ เพียงแต่อาจไม่เป็นที่นิยม หรือมีราคาสูง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วการเลือกกันสาดนั้นก็ขึ้นอยู่กับการดีไซน์ของทางเจ้าของควบคู่กับการปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญหรือช่าง เพื่อให้ออกมาเป็นกันสาดที่ดีและเหมาะสมกับที่พักอาศัยของเรามากที่สุด ซึ่งอาจจะแปลกแหวกแนวไปตามสไตล์ของแต่ละคน เช่นอาจจะใช้ไม้มาทำเป็นโครงกันสาดและสานไม้ไว้ด้านบน และเลือกใช้พันธ์ไม้เลื้อยมาทำเป็นหลังคาก็กลายเป็นกันสาดธรรมชาติที่ดูเก๋ไก๋ไปอีกแบบ หรือแม้กระทั่งการใช้กำแพงน้ำมาทำเป็นม่านน้ำตกกันแสงแถมยังรู้สึกเย็นก็ดูไฮโซไม่ใช่น้อย ฉะนั้นต้องการแบบไหนยังไงปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญได้เลยครับ แต่ทำสวยๆมากระวังเรื่องงบประมาณไว้หน่อยนะครับผม

comments