Home > ที่อยู่อาศัย > วิธีเลือกช่างซ่อมท่อประปา, ไฟฟ้า, ซ่อมบ้าน

วิธีเลือกช่างซ่อมท่อประปา, ไฟฟ้า, ซ่อมบ้าน

Advertising


เมื่อเกิดปัญหาขึ้นในบ้านของเราไม่ว่าจะเป็น ท่อแตก ท่ออุดตัน หลังคารั่ว สายไฟชำรุด หรือคิดจะต่อเติมบ้านในส่วนต่างๆ โดยปกติแล้วนั้นถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงคุณผู้ชายก็จะเป็นฝ่ายลงมือซ่อมแซมและต่อเติมเอง แต่ถ้าไม่มีเวลาและความเชี่ยวชาญแล้วละก็ อาจจะเกิดอุบัติเหตุขึ้น ดังนั้นการให้ช่างที่มีทักษะและความชำนาญมาทำการซ่อมแซมและต่อเติมให้จึงเป็นการดีกว่า แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่า จ้างมาแล้วงานที่ออกมาจะเป็นที่ประทับใจ ไม่ใช่จ้างมาแล้วเบี้ยวงาน งานเดินช้า ค่าซ่อมแซมเกินงบ และพองานออกมายังไม่เนี้ยบอีก ซึ่งถ้ามีช่างประจำที่ไว้เนื้อเชื่อใจกัน คุ้นในฝีมือกันอยู่แล้ว ปัญหาพวกนี้ก็ไม่น่าจะเกิดขึ้นมาได้ แต่ถ้าไม่มีละ !! ดังนั้น วันนี้ผมจึงได้นำเทคนิคในการเลือกช่างซ่อมมาฝากทุกท่าน จะมีอะไรบ้าง ไปชมกันเลยครับ

    1. เลือกช่างที่เป็น หจก. หรือบริษัทเพื่อความมั่นคง สำหรับอันดับแรกเลยนั้น ถ้าไม่รู้จักผู้รับเหมาหรือช่างที่ดีๆแล้ว การเลือกผู้รับเหมาหรือช่างที่มีห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือบริษัทเป็นตัวเป็นตนจะดีกว่าการใช้บริการกับผู้รับเหมาหรือช่างที่รับงานอิสระ ซึ่งแม้ว่าการใช้บริการช่างอิสระนั้นจะมีราคาที่ถูกกว่าอยู่พอสมควร แต่ก็เสี่ยงที่งานออกมาจะไม่ดี (ช่างอิสระดีๆก็มีมากนะครับ บางท่านทำดีกว่าช่างของบริษัทด้วยซ้ำ การแนะนำให้เลือกในกรณีนี้คือถ้าไม่รู้จักเลยจริงๆ เลือกที่เป็นบริษัทก็จะดูปลอดภัยกว่า) และถ้าเกิดอะไรขึ้นมา เราสามารถฟ้องกับ หจก. หรือบริษัทที่เป็นนิติบุคคลได้โดยตรง ( เป็นนิติบุคคลหนีคดียากครับ ถ้าช่างอิสระอาจหายไปกับสายลม คดีเกี่ยวกับการซ่อมแซมส่วนมากก็เป็นคดีแพ่ง ตำรวจไม่หาให้หรอก) ซึ่งโดยปกติแล้ว หจก. และบริษัทที่ให้บริการนั้นก็จะมีมาตรฐานที่ดีในระดับนึง ไม่เช่นนั้นเค้าก็ขายงานไม่ได้

 

    1. สอบถามกับเพื่อนบ้านที่เคยใช้บริการเทคนิคก็ใช้ประสบการณ์จากบุคคลรอบข้างให้เป็นประโยชน์ โดยถ้าเพื่อนบ้านนั้นซ่อมแซมเหมือนกับเรา เราก็เข้าไปถามเลยว่าช่างดีมั้ย งานเนี้ยบมั้ย ถ้าเป็นเพื่อนบ้านที่ดีเค้าก็จะบอกมาเองว่าดีไม่ดี แล้วเราจึงเก็บเอามาพิจารณาอีกรอบนึง ( ไม่ให้เลือกเลยเพราะว่าบางทีเพื่อนบ้านอาจจะมีส่วนได้ส่วนเสียกับการหาลูกค้าให้ช่างก็เป็นได้ เก็บเอามาพิจารณาอีกก่อน)
pantip
    1. สอบถามในชุมชนสาธารณะในกรณีที่ไม่มีเพื่อนบ้านที่มีประสบการณ์เลย หรือไม่สนิทชิดเชื้อกัน สามารถมาหาคำตอบได้ตามบอร์ดสาธารณะทั่วไป ที่สำคัญๆเลยก็คือ เว็บไซต์ Pantip นั่นเอง โดยห้องที่เหมาะสำหรับหาความรู้ในเรื่องนี้ หรือใช้ในการสอบถามกูรูต่างๆ ก็คือ แท็ก ดูแลและซ่อมแซมบ้าน โดยจะมีทั้งความรู้ ประสบการณ์ที่ได้เจอมา ซึ่งเราสามารถมาหาสอบถามเกี่ยวกับช่างที่เราจะจ้าง (ถ้าเจอคนที่เคยจ้างแล้วก็จะดีมาก ) หรือสามารถมาสอบถามเพื่อหาช่างในนี้ได้เช่นเดียวกัน

 

    1. เลือกใช้ช่างในพื้นที่ส่วนนี้เป็นส่วนที่ต้องใช้เวลาหาซักนิดหน่อย เนื่องจากจะเป็นส่วนที่จะลดค่าใช้จ่ายลง ยกตัวอย่างเช่น เราคัดกรองได้ช่างที่ฝีมือและราคราพอๆกัน ช่างที่อยู่ไกลนั้นจำเป็นต้องเก็บค่าเดินทางเพิ่ม ในขณะเดียวกันช่างในพื้นที่อาจไม่เก็บในส่วนนี้ ดังนั้นอย่าลืมคำนวณในส่วนค่าเดินทางไปด้วยละ
google-search
    1. ใช้ Googleให้เป็นประโยชน์ด้วยการเป็น Search engine ชื่อดัง ที่การันตีได้ว่าค้นหาได้ทั่วทุกสารทิศ ในกรณีนี้เราจึงนำมาใช้ประโยชน์ในการสืบค้นถึงประวัติของ ช่าง หจก. หรือบริษัทที่เราจะทำการจ้าง เทคนิคการหาข้อมูลก็คือ พิมพ์ชื่อช่าง หจก. หรือบริษัทลงไปเลย โดยอาจจะเพิ่มคำต่อท้ายด้านหลังว่า ดีไหม รีวิว เพื่อกรองเอาข้อมูลบนโลกอินแตอร์เน็ตที่เกี่ยวข้องออกมา ถ้าเจอแจ็คพอตมีคนเคยรีวิวไว้ว่าบริษัทนี้แย่ งานออกมาไม่เนี้ยบ ไม่รับผิดชอบ ก็อย่าไปเสี่ยงจ้างนะครับ เริ่มต้นหาคนใหม่ดีกว่า

 

    1. พิจารณาจากการประเมินราคาปกติแล้วถ้าเราติดต่อซ่อมหรือต่อเติม ทางผู้รับเหมาหรือบริษัทจะต้องลงมาสำรวจหน้างานก่อนเพื่อประเมินราคาคร่าวที่จะใช้ในการซ่อม (แต่ถ้าเป็นงานเล็กๆอาจไม่มีขั้นตอนนี้) ดังนั้นถ้าเราพอมีความรู้ในเรื่องอุปกรณ์สักนิดหน่อย สามารถเปรียบเทียบดูว่าราคาที่ช่างว่ามากับราคาอุปกรณ์จริงสมเหตุสมผลกันมั้ย เพราะบางทีช่างหัวใสอาจคิดราคาค่าช่างถูกกว่าที่อื่น (เพื่อให้ได้งาน) แต่ไปเพิ่มในส่วนราคาของวัสดุอุปกรณ์จนราคารวมออกมาก็ไม่ต่างกัน หรือเผลอๆ มากกว่าด้วยซ้ำ และการให้หลายๆบริษัทเข้ามาประเมินราคาเพื่อนำมาเปรียบเทียบกันก็เป็นความคิดที่ดี แต่ต้องคำนึงไว้ด้วยว่าโดยปกติแล้วนั้นถ้าเรียกช่างมาประเมินราคาแล้วไม่ใช้บริการ จำเป็นต้องจ่ายค่าประเมินราคาด้วย แต่ถ้าใช้บริการ ค่าประเมินราคาส่วนมากก็จะฟรี อย่าลืมคำนวณส่วนนี้ให้ดีนะครับ

 

คลิ๊กเพื่อดูสัญญาจ้างภาพใหญ่

คลิ๊กเพื่อดูสัญญาจ้างภาพใหญ่

    1. ทำสัญญาสำหรับเรื่องทำสัญญานี้ถือเป็นส่วนสำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้ในการตัดสินใจจะเลือกช่างในวินาทีสุดท้ายก่อนจะทำการ ซึ่งโดยส่วนมากแล้วคนส่วนใหญ่จะละเลยข้อนี้กันไป เหตุด้วยว่า เชื่อใจช่าง ช่างบอกว่าไม่ต้องทำหรอก งานแปปเดียวเอง รายละเอียดไม่เยอะ ทีนี้พอเกิดเหตุงานออกมาไม่ดี ช่างทำงานช้า หรือร้ายๆเลยก็คือช่างได้เงินแล้วชิ่ง การจะไปเอาเรื่องฟ้องร้องนั้นจำเป็นต้องมีหลักฐานการจ้างงานนะครับ ซึ่งก็คือสัญญาที่เราทำก่อนมอบงานนี่แหละ และช่างที่ไม่สุจริตใจก็จะอิดออดในการทำสัญญา ดังนั้นจำเป็นต้องเด็ดขาดไปเลยว่าก่อนที่จะเริ่มงานนั้นจำเป็นต้องทำสัญญาก่อน โดยในสัญญานั้นต้องระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ขอบเขตของงานเป็นอย่างไร มีระยะเวลาการซ่อมหรือต่อเติมจากถึงวันไหน และควรระบุค่าปรับตามที่ตกลงกันให้เสร็จสรรพ และควรกำหนดวันตรวจงานเป็นระยะๆ

 

    1. ไม่จ่ายเงินเป็นก้อนตรงนี้ก็เหมือนกัน ถ้าเจอช่างที่บอกให้จ่ายเงินรวดเดียวเลยหรือจ่ายเป็นก้อนใหญ่ๆ ระวังให้ดีนะครับเพราะอาจถูกชิ่งหนีได้ ทางที่ดีควรตกลงกันตอนที่ทำสัญญาเลยว่าจะจ่ายเป็นงวดๆละน้อยๆ กันการชิ่งหนี อาจะซอยเงินออกอย่างน้อย 10 งวด และ 5 งวดแรกไม่ควรเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ของเงินทั้งหมด แล้วจ่ายต่อเมื่อตรวจงานทีละระยะๆเรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าช่างคนไหนบอกว่าไม่มีเงินสำรองให้ก่อนให้จ่ายมาเป็นก้อนทีเดียวเลย ให้ปฏิเสธและหาช่างคนใหม่ได้เลยนะครับ เพราะมีโอกาสที่จะถูกโกงสูงมาก

 

    1. มีบริการหลังการซ่อมหรือต่อเติมอันนี้ก็เหมือนเป็นการรับประกันว่าถ้าสิ่งที่ซ่อมแซมหรือต่อเติมไปนั้นดันชำรุดขึ้นมาอีก (ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ของช่าง) ก็จะมีการรับผิดชอบมาแก้ไขให้ฟรี และเป็นเหมือนการประกันใจไว้ว่างานที่ทำออกมานั้นดีจริงๆ จึงกล้ารับประกัน (ไม่มีช่างคนไหนอยากกลับมาซ่อมอีกฟรีๆหรอกครับ )ไม่เช่นนั้นแล้วอาจเจอช่างที่ทำงานลวกๆ เพื่อให้งานเสร็จจะได้เงิน พอซักพักงานเกิดชำรุดขึ้นมาแล้วปฏิเสธการรับผิดชอบ เราก็ต้องเสียเงินซ่อมแซมอีก เสียทั้งเงินเพิ่ม เสียทั้งอารมณ์

 

จบแล้วครับ ที่กล่าวมานั้นก็เป็นเทคนิคง่ายๆที่จะใช้ในการค้นหาและเลือกหาช่างที่เสี่ยงต่อการที่งานถูกโกงหรือออกมาไม่ดีมากที่สุด เพราะเราจะซ่อมแซมแต่ละละทีนั้นก็เป็นเงินไม่ใช่น้อยๆ แทนที่จะเสียครั้งเดียวจบเลย งานออกมาดี สบายใจ ดันเกิดปัญหา งานออกมาไม่ดี ร้ายๆก็ทิ้งงานหนีไปซะดื้อๆ เราก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจ้างช่างคนใหม่มาแก้ไขอีก จะไปฟ้องร้องคืนกับช่างคนเดิมก็ดูจะเสียเวลาเกินไป ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา จึงต้องคัดเลือกช่างให้ดีที่สุดก่อนจะให้ลงมือทำงาน ลงเวลาพิจารณาสักเล็กน้อยเพื่อป้องกันสิ่งที่จะเกิดขึ้นในภายหลังดีกว่าครับ

comments