Home > สุขภาพ > สุขภาพดีง่ายๆด้วยตัวคุณเอง(ตอน2)

สุขภาพดีง่ายๆด้วยตัวคุณเอง(ตอน2)

Advertising


si12

                 การมีสุขภาพดีควรจะควบคู่กันทั้งทางร่างกายและจิตใจ  มาดูคำแนะนำสำหรับดูแลตนเองให้มีสุขภาพจิตที่ดีกันดีกว่า 

อารมณ์ดี ทำให้สุขภาพดีได้

          1.   คิดบวก

จิตใจมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของเราโดยตรง  รวมถึงมีอิทธิพลต่อสุขภาพร่างกายของเราได้  การคิดบวกจะช่วยเปลี่ยนอุปสรรคต่างๆ ให้กลายเป็นโอกาสดี ๆ ในชีวิต  การคิดบวกไม่เพียงแต่จะทำให้ชีวิตคุณรื่นรมย์ มีความสุขสนุกสนานแล้ว  ยังทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อโรคภัยต่าง ๆ  ไม่ว่าจะเป็นโรคทั่ว ๆ ไป เช่น โรคหวัด  หรือโรคที่คุกคามคุณภาพชีวิต  เช่น  โรคหัวใจ

เทคนิค :   วิธีฝึกการคิดบวก  เริ่มต้นด้วยการลองสังเกตตนเอง  เมื่อไหร่ที่เริ่มคิดเรื่องแย่ ๆ ให้หยุดความคิดทันที  เปลี่ยนไปคิดในทางตรงข้าม  เช่น  ลองคิดหาเหตุผล 2 อย่างที่ทำให้คุณรู้สึกอยากขอบคุณสำหรับเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นนี้  เมื่อทำบ่อย ๆ  คุณจะสามารถหยุดตัวเองไม่ให้คิดลบได้อย่างรวดเร็ว

2.  สร้างความรู้สึกพึงพอใจในตัวเอง

การสร้างความรู้สึกพอใจในตัวคุณเอง จะช่วยให้คุณรู้สึกว่าตัวคุณเองมีคุณค่า  และมีความสุขในการดำเนินชีวิต และทำให้คุณมีสุขภาพจิตและสุขภาพกายที่ดีตามมาได้

เทคนิค :  หากคุณกำลังลดความอ้วน อนุญาตให้ตัวเองได้กินอะไรอร่อย ๆ  บ้าง  ถึงแม้ว่าอาหารชนิดนั้นจะมีแคลารี่สูงกว่าที่คุณกำหนดไว้ จะช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย  และมีความสุขในการลดความอ้วนต่อไป

3.  คิดให้น้อยลงบ้าง

การคิดกังวลถึงเรื่องเลวร้ายในอนาคตที่ยังไม่ได้เกิดขึ้น (หรืออาจจะไม่เกิดขึ้นเลย) จะทำให้คุณรู้สึกกลัว  ท้อแท้  และเบื่อหน่าย  ซึ่งนั่นไม่มีความจำเป็นเลยที่เราจะต้องไปคิดถึงอยู่ตลอดเวลา  หากต้องการมีสุขภาพจิตที่ดี  ให้เลือกโฟกัสถึงเรื่องปัจจุบันหรือเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้จะดีกว่า

4.  จัดการความเครียดให้อยู่หมัด

ความเครียดเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้ความคิดของเรายุ่งเหยิง  ทำให้ตัวคุณเองและคนรอบข้างไร้ความสุข  ดังนั้นหากคุณเครียด ให้ปลีกตัวออกมา  และคิดพิจารณาสัก 5 นาทีว่า คุณจะจัดการกับความเครียดหรือปัญหาเหล่านี้อย่างไร  และอะไรที่จะทำให้คุณรู้สึกสงบและผ่อนคลายได้บ้าง

เทคนิค :  วิธีที่จะจัดการกับความเครียดอย่างได้ผลวิธีหนึ่ง คือ การเล่นโยคะ  หรือหากไม่น่าสนใจ ลองเปลี่ยนเป็นการนั่งสมาธิ  โดยการให้เวลาสัก 10 นาทีในแต่ละวันเพื่อทำให้คุณสงบลง  นั่งนิ่ง ๆ ไม่ต้องทำอะไรนอกจากหายใจเข้าและออก  ทำอย่างนี้ให้ได้ทุกวันจะช่วยลดความเครียดได้ดีทางหนึ่งเลยทีเดียว

5.  เลือกคบเพื่อนอย่างชาญฉลาด

หลายคนคงมีเพื่อนมากมาย  ควรให้ความสำคัญกับการเลือกคบเพื่อนด้วย  เนื่องจากเพื่อนบางคนอาจมีนิสัยที่มักทำให้เรารู้สึกแย่ลงได้ง่าย ๆ  ควรเรียนรู้ที่จะถอยห่างจากเพื่อนที่ทำให้คุณเป็นทุกข์ใจอยู่เสมอ และเลือกที่จะสนิทสนมกับเพื่อนที่สร้างความสบายใจ และเข้าอกเข้าใจคุณจะช่วยให้คุณมีสุขภาพจิตที่ดีในระยะยาวได้

          6.  คิดในเชิงเพิ่มผลผลิต (productivity)

ฝึกคิดในเชิงบวกที่ช่วยกระตุ้นให้คุณมีความตื่นตัวที่จะทำสิ่งต่างๆ ให้บรรลุวัตถุประสงค์ได้มากขึ้น  เช่น  คิดว่าหากเรามีความตั้งใจจริง  เราก็ทำได้ หรือคิดว่าในแต่ละวันเราสามารถทำอะไรที่เป็นประโยชน์ได้มากมาย เป็นต้น

เทคนิค :  ลองหาตัวช่วยในการจัดการงานและความคิด  เช่น  ตารางเวลา  หมายกำหนดการ หรือจดสิ่งที่ต้องทำเป็นข้อ ๆ  โดยคิดโฟกัสถึงสิ่งที่ต้องทำในระยะเวลาอันใกล้เป็นอันดับแรก

7.  หยุดพักบ้าง

ในบางครั้ง  การพักผ่อนจะช่วยให้คุณกลับมามีชีวิตชีวาและมีพลังในการทำงานต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง  ลองหากิจกรรมที่ชอบ ทำแล้วรู้สึกผ่อนคลาย ทำในสิ่งที่ทำแล้วสบายใจ ไม่ต้องรู้สึกผิดหรือทำตามความต้องการของใคร อาจเป็นการออกกำลังกาย นั่งฟังเพลงตามผับก็ได้

8.  ปรับสมดุลของจิตใจ

ถึงแม้ว่าคุณจะดูแลสุขภาพร่างกายอย่างดี  แต่ถ้าคุณยังทุกข์อยู่กับเรื่องราวในใจ ก็อาจทำให้สุขภาพแย่ลงได้  ลองหาวิธีขจัดความทุกข์ใจเหล่านี้  ซึ่งหากพบว่าเป็นปัญหาที่หนักหน่วง  อาจต้องหาใครสักคนมาช่วย  หรือเรียนรู้เทคนิควิธีในการจัดการกับความเจ็บปวดและความซึมเศร้าที่เป็นอยู่

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประจำวันก็ทำให้สุขภาพดีได้

1.  หยุดพฤติกรรมเสี่ยงตั้งแต่วันนี้

หากลองสังเกตพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของเราแต่ละอย่าง จะเห็นได้ว่ามีหลายพฤติกรรมที่อาจทำลายสุขภาพของคุณได้ในระยะยาวได้  ตัวอย่างพฤติกรรมที่ควรหันมาใส่ใจดูแล  เช่น

–          การมีเพศสัมพันธ์   ทุกวันนี้คุณมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยแล้วหรือไม่

–          แอลกอฮอล์  หยุดดื่มแอลกอฮอล์ที่มากเกินไปจะดีกว่า

–          สูบบุหรี่  รู้หรือไม่ว่าการสูบบุหรี่มีผลเสียต่อสุขภาพมากมาย

–          ติดยา  ทำอย่างไรให้หายจากการติดสารเสพติดได้

4982831733_78998b6ab7_z

2.  ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยเพิ่มการเผาผลาญ  ควบคุมน้ำหนักและทำให้คุณรู้สึกสด

ชื่นได้ตลอดทั้งสัปดาห์

เทคนิค  :  ลองตั้งเป้าหมายให้ออกกำลังกายได้ครบ 150 นาที ต่อสัปดาห์  โดยออกกำลังกายอย่างถูกวิธีแบบแอโรบิค  หรือ 75 นาทีต่อสัปดาห์สำหรับกิจกรรมหนัก ๆ  และเป็นการออกกำลังกายชนิดที่เน้นเพิ่มความแข็งแรง สัปดาห์ละ 2 ครั้ง  เป็นต้น

          3.  พักผ่อนให้เพียงพอ

เมื่อคุณหลับ  เซลล์ต่างๆ  ในร่างกายจะต่อสู้กับเชื้อโรค  การอักเสบ และความเครียด ซึ่งนั่นก็หมายความว่า  หากคุณนอนน้อย พักผ่อนไม่เพียงพอ ก็จะทำให้คุณเจ็บป่วยได้ง่ายนั่นเอง  การนอนหลับที่เพียงพอจึงทำให้คุณมีสุขภาพดีได้อีกทางหนึ่ง

เทคนิค :  สำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก  ให้นอนหลับให้เพียงพอ  เนื่องจากวารสาร The American Journal of Clinical Nutrition  ตีพิมพ์งานวิจัยที่บอกว่าคนที่นอนหลับเพียง 4 ชั่วโมงจะรับประทานอาหารซึ่งมีพลังงานเพิ่มขึ้นมากกว่าคนที่นอนหลับนาน 8 ชั่วโมงถึง 500 แคลอรี่  ซึ่งหมายความว่า การนอนน้อยทำให้กินจุมากขึ้นได้นั่นเอง

4.  เข้าครัวทำอาหารเองบ้าง

การทำอาหารกินเองนอกจากจะช่วยประหยัดเงินแล้ว ยังทำให้คุณสนุกกับการลองทำอาหารเมนูแปลกใหม่  และสามารถคัดสรรวัตถุดิบได้ตามต้องการ ทำให้สามารถหลีกเลี่ยงการบริโภคสารพิษหรือไขมันที่สูงเกินไปได้

เทคนิค :  หลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันมาก  เปลี่ยนไปใช้น้ำมันมะกอกแทนน้ำมันพืช หรือเนย  และจำกัดปริมาณเกลือให้น้อยที่สุด จะมีผลดีต่อสุขภาพ

5.  รักษาความสะอาดของร่างกาย

หมั่นล้างมืออยู่เสมอโดยเฉพาะหลังเข้าห้องน้ำ  ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำที่บ้านหรือห้องน้ำสาธารณะ  เพื่อป้องกันเชื้อโรคซึ่งมักจะเพิ่มปริมาณได้รวดเร็วกว่าที่คุณคิด  หากรู้สึกว่าไม่สะอาดเท่าที่ควร  การอาบน้ำชำระล้างสิ่งสกปรกก็เป็นไอเดียที่ดีไม่น้อย  อย่าลืมแปรงฟันด้วยเพื่อป้องกันโรคเหงือกและกลิ่นปากจากเศษอาหารตกค้าง

6.  เพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย

การพยายามรักษาสุขภาพอาจทำได้ยากหากคุณยังคงมีโรคภัยไข้เจ็บรุมเร้า  ดังนั้น ควรเรียนรู้ที่จะทำให้ตนเองมีภูมิคุ้มกันที่ดีด้วยควบคู่กันไป  ลองหาอาหารเสริมวิตามินและเกลือแร่มารับประทาน  ซึ่งแน่นอนว่าควรปรึกษาแพทย์ถึงความเหมาะสมในการรับประทานอาหารเสริมเหล่านี้ต่อร่างกายของเราก่อนซื้อมารับประทาน

การดูแลสุขภาพด้วยตัวเองนั้นทำได้ไม่ยากหากคุณมีความตั้งใจ  เปิดรับ และเรียนรู้วิธีการที่ถูกต้อง  หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รักสุขภาพ  ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้  แล้วคุณจะพบว่าการดูแลสุขภาพด้วยตัวเองทำได้ง่ายและได้ผลดีกว่าที่คุณคิด 

comments