Home > การศึกษาและการสื่อสาร > วิธีเลือกโรงเรียนให้ลูก

วิธีเลือกโรงเรียนให้ลูก

Advertising


OLYMPUS DIGITAL CAMERA

        การเลือกโรงเรียนนั้นอาจจะเป็นสิ่งที่คุณต้องคิดอย่างหนัก ผู้ปกครองและเด็กอาจจะต้องกังวลกับการหาโรงเรียนที่ทำให้เด็กนั้น มีสุขภาพที่ดี มีความสุข และมีอนาคตที่ดี วิธีเหล่านี้จะช่วยให้คุณหาโรงเรียนที่ดีได้

1249489059_bec396a9a3_z

ขั้นตอนที่ 1 : ดูผลงานวิจัย ผลงานทางวิชาการ
1.1 : ดูจากผลการสอบ
ผลการสอบอาจจะไม่ทำให้คุณเห็นภาพโดยรวมนัก แต่พ่อแม่หลายๆคนมักจะเริ่มดูจากตรงนี้ก่อน
– ดูการจัดอันดับของโรงเรียนในอินเทอร์เน็ต อาจจะมีหลายประเทศ หลากหลายที่ คุณควรจะค้นหาการจัดอันดับของโรงเรียนในระแวกของคุณ
– ตัวอย่างเช่น ค้นหาโรงเรียนในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยทุกๆโรงเรียนในรัฐแคลิฟอร์เนียจะมีการจัดอันดับคะแนนโรงเรียนอยู่ที่เว็บไซต์ของกระทรวงศึกษา และนอกจากนี้คุณยังหาผลการจัดอันดับโดยใช้คะแนนอื่นๆได้จากเว็บไซต์อีกมากมาย

1.2 : ต้องเข้าใจว่าผลคะแนนสอบไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับโรงเรียนทังหมด
มีหลากหลายเกณฑ์หลากหลายปัจจัยในการวัดคะแนนโรงเรียน และมันอาจจะไม่ได้บอกถึงคุณภาพของการเรียนรู้และประสบการณ์ของเด็กสักเท่าไหร่นัก
– พ่อแม่ที่มีเงินส่วนใหญ่มักจะจ้างครูสอนพิเศษมาสอนโดยตรง หากคุณค้นพบโรงเรียนในที่ที่ยากจนที่มันสูงกว่าค่าเฉลี่ยของระดับรายได้ คุณอาจจะเป็นผู้ชนะที่แท้จริงก็ได้
– โปรดเข้าใจว่าคะแนนการทดสอบนั้นโรงเรียนเป็นคนรายงานแก่สาธารณะ อาจจะมีการปรับเปลี่ยนคะแนนเพื่อให้โรงเรียนดูดีก็เป็นไปได้
– การรับครูที่โรงเรียนมันก็เหมือนกับการที่คุณหาทนายจากบริษัทกฏหมายนั่นแหละ บางทีคุณอาจไม่ได้ทนายที่ดีที่สุดก็ได้

1.3 : เข้าไปยังเว็บไซต์ของโรงเรียน
หากโรงเรียนนั้นมีประวัติการได้รับรางวัลโรงเรียนยอดเยี่ยม คุณสามารถเก็บมันไว้ในสิลต์โรงเรียนที่คุณต้องการ

1.4 : ตรวจสอบให้แน่ใจว่าโรงเรียนนั้นมีการเรียนการสอนที่ลูกของคุณต้องการ
โรงเรียนใหญ่ๆมักจะมีห้องเรียน มีโปรแกรมการเรียนที่หลากหลายอยู่เสมอ
– นอกจากนี้คุณอาจจะถามเกี่ยวกับวิชาต่างๆ/กิจกรรมนอกหลักสูตร และควรหาโรงเรียนที่มีรายวิชาที่ไม่ใช่วิชาการบ้าง เช่น ดนตรี กีฬา การอภิปราย การแสดง เป็นต้น
– ควรให้ลูกของคุณเรียนอยู่ในโรงเรียนที่เหมาะกับตัวตนของเขา ให้พวกเขามีแรงบันดาลใจในการทำกิจกรรมอื่นๆนอกจากด้านวิชาการเพียงอย่างเดียว

d24

ขั้นตอนที่ 2 : ทำความเข้าใจเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม
2.1 : สอบถามคนอื่น
สอบถามผู้ปกครองคนอื่นๆที่มีลูกที่เรียนอยู่ในโรงเรียนนั้นหรือถามเด็กที่เรียนที่นั่นว่าเป็นอย่างไร คุณควรจะหาคนที่สามารถบอกความจริงแก่คุณได้อย่างเช่นถามเพื่อนของคุณ
– หากคุณอยู่ไกลจากโรงเรียน คุณอาจจะขอเอกสารที่การันตีถึงคุณภาพของโรงเรียน หากพวกเข้าไม่ให้ความร่วมมือกับคุณก็น่าจะเป็ฯสัญญาณที่ไม่ค่อยดีแล้วหละ

2.2 : เข้าไปเยี่ยมชมโรงเรียน
ลองเข้าไปดูที่เว็บไซต์ของโรงเรียนเกี่ยวกับการเข้าไปเยี่ยมชมโรงเรียน เกือบทุกโรงเรียนอยากจะให้ผู้ปกครองเข้าไปเยี่ยมที่โรงเรียนอยู่แล้วขอเพียงแค่สอบถามมา
– การเข้าเยี่ยมชมต้องไปทั้งผู้ปกครองและผู้เรียน ส่วนใหญ่ ผู้ปกครองมักจะอยากให้เด็กได้เห็นโรงเรียนที่ดีอยู่แล้ว
– หลายๆโรงเรียนยังจะเปิดโอกาสให้เด็กเข้าไปเยี่ยมชมห้องเรียนในขณะการเรียนการสอนอยู่อีกด้วย
– ให้แน่ใจว่าคุณได้เห็นในเวลาพักกลางวันหรือเวลาว่าง เวลาในห้องเรียนไม่ได้มีการเข้มงวดจนเกินไปและเด็กดูมีความสุข ไม่ได้มีการเข้มงวดในขณะที่ปล่อยให้เด็กเล่นที่สนามเด็กเล่นจนเกินไป

2.3 : ถามเกี่ยวกับข้อมูลของคุณครู ประสบการณ์ และการหมุนเวียนการสอน
สิ่งเหล่านี้คุณไม่จำเป็นต้องกำหนดว่าดีหรือไม่ดี แต่มันจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อีกทางหนึ่ง
– ข้อมูลส่วนตัวไม่ได้สำคัญเสมอ ครูหลายคนที่อยู่ในโรงเรียนเอกชนแต่เก่งๆมีอยู่มากมาย ประสบการณ์ในการสอนนั้นสำคัญว่าวุฒิการศึกษาเสมอ
– การเปลี่ยนครูผู้สอนอยู่บ่อยๆมักจะเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยดีนัก
– ครูที่มีประสบการณ์ในการสอนที่ดี บางทีอาจไม่ได้ดำรงตำแหน่งในฐานะครูผู้สอนก็ได้ ในทำนองเดียวกันครูที่จบใหม่ก็ไม่จำเป็นต้องดีหรือไม่ดีขอเพียงแค่มีพลังและมีความกระตือรือร้นที่จะสอน

2.4 : รู้ว่าที่นั่นมีห้องพิเศษสำหรับเด็กบางคน
ความต้องการอื่นๆของกลุ่มผู้ปกครอง อย่างเช่นการติดตามอาจจะเป็นประโยชน์แก่คุณได้
– สถานที่ส่วนใหญ่ต้องมีโรงเรียนที่รองรับเด็กพิเศษที่มีความเต็มใจบริการ
– ควรจะมีห้องพิเศษสำหรับเด็กพิเศษด้วย

2.5 : ผู้ปกครองบางคนหาห้องเรียนพิเศษให้แก่ลูกของเขา
ผู้ปกครองบางคนอาจจะมองหา ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ หรือหาโรงเรียนที่มุงเน้นทางด้านภาษา หรือห้องเรียนอื่นๆอีกมากมาย

d25

ขั้นตอนที่ 3 : รู้เกี่ยวกับพื้นที่ในระแวกโรงเรียนและการเดินทาง
3.1 : มั่นใจว่าลูกของคุณจะปลอดภัยเมื่ออยู่ที่โรงเรียน
คุณต้องสามารถดูแลลูกของคุณในระแวกโรงเรียนได้ โรงเรียนที่ดีอาจจะไม่ได้ดีต่อตัวเด็กก็ได้ บางทีอาจจะไม่ปลอดภัยหากโรงเรียนนั้นอยู่ไกลจากบ้านคุณหรือมีการเดินทางที่ลำบาก

3.2 : เดินสำรวจรอบๆโรงเรียน
พยายามสำรวจสภาพแวดล้อมรอบๆโรงเรียนว่าสะอาดหรือไม่ ตัวอาคารแน่นหนาปลอดภัยหรือไม่
– หยุดดูสำนักงานของโรงเรียน ส่วนที่ต้อนรับผู้ปกครองว่าเป็นอย่างไรบ้าง
– บางทีการที่โรงเรียนไม่ให้บุคคลภายนอกเข้ามาในโรงเรียนขณะทำการเรียนการสอน อาจเป็นเพราะมีเหตุผลเรื่องความปลอดภัย ไม่ใช่เป็นการปกปิดอะไรบางอย่างแต่อย่างใด

3.3 : ตรวจสอบวิธีการเดินทาง
เช็คให้แน่ใจว่าการขนส่งไป-กลับของโรงเรียนนั้นสะดวกและปลอดภัย
– หากการเดินทางไปโรงเรียนนั้นเดินทางโดยรถบัส ให้ลองเดินทางไปโรงเรียนด้วยรถบัสของโรงเรียนดู บางทีรถบัสนั้นอาจไม่ปลอดภัยเพราะมีคนคอยรังแกผู้อื่น คุณน่าจะพอรู้ดีในเรื่องเหล่านี้นะ
– หากเป็นการเดินทางโดยรถส่วนตัว ในช่วงเวลาที่คุณไปส่งลูกต้องสะดวกต่อคุณด้วย
– หากเป็นการเดินทางโดยจักรยาน หรือเดินไปเรียน เช็คให้แน่ใจว่ามีการเดินทางที่ปลอดภัย มีทางเท้าหรือทางจักรยานหรือไม่

d27

ขั้นตอนที่ 4 : การเข้าเรียนในโรงเรียน
4.1 : เมื่อคุณได้ตัดสินใจที่จะส่งลูกไปเรียนที่นั่น ให้รีบทำการลงทะเบียนเรียน
หลายๆโรงเรียนมีการรับสมัครผ่านเว็บไซต์และสมัครโดยตรงที่โรงเรียนได้ ซึ่งการลงทะเบียนทางออนไลน์มีขั้นตอนประมาณนี้
– ให้ดูคำแนะนำต่างๆในการลงทะเบียนเรียน บางโรงเรียนนั้นต้องการหลักฐานที่ว่าคุณได้อาศัยอยู่ในพื้นที่ของโรงเรียนด้วย บางโรงเรียนอาจมีข้อกำหนดต่างๆ หรือ ต้องมีการสอบข้อเขียน
– โรงเรียนในอเมริกาที่เป็นโรงเรียนรัฐไม่สามารถคัดเลือกนักเรียนด้วยตัวเองได้ แต่อาจจะมีกฏระเบียบหรือข้อกำหนดต่างๆแทน
– หากคุณไม่ได้อาศัยอยู่ในบริเวณรอบๆโรงเรียน คุณอาจมีคำแนะนำที่พิเศษออกไป

4.2 : ดูวันเวลาเปิดรับสมัครนักเรียนเข้าเรียน
บางโรงเรียนนั้นเปิดรับสมัครนักเรียนเป็นช่วงๆเท่านั้น
– หากโรงเรียนมีการจำกัดระยะเวลา และจำนวนรับสมัคร ให้คุณรีบทำการสมัครโดยทันที คุณต้องเป็นผู้สมัครแรกๆจะได้โอกาสดีที่สุด
– หากลูกของคุณมีความพิเศษกว่าคนอื่นๆ ให้พิจารณาว่าคุณต้องการที่จะขอคำแนะนำจากโรงเรียนก่อนทำการสมัคร บางกรณี คุณต้องพบปะกับโรงเรียนก่อนเริ่มต้นเรียน หรือในบางกรณี คุณไม่ต้องการที่จะเปิดเผยสิ่งใดๆ โรงเรียนอาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายที่แพงกว่าคนอื่น

comments