Home > สไลด์ > จัดการความสัมพันธ์ยังไงให้ลงล็อค

จัดการความสัมพันธ์ยังไงให้ลงล็อค

Advertising


cw4

 สวัสดีครับทุกคน กลับมาพบกันอีกครั้งนะ วันนี้ถามหาคนเรียนมหาลัยแล้วหน่อยว่า เรียนมหาลัยแล้วยังโสดอยู่บ้างยกมือขึ้น ฮั่นแหน่แอบยกมือกันใช่ไหม(ฮา) เดี๋ยวนี้เดินเข้าไปมหาลัยหายากนะครับที่ยังเดินคนเดียวอยู่ ส่วนใหญ่ก็เดินกันเป็นคู่กันทั้งนั้นเลย (เห็นแล้วอิจฉา) แต่การเรียนมหาลัยนี่ผมว่าก็คล้ายกับชีวิตจริงๆของการทำงานนะ ไม่ว่าจะเป็นความกดดันในการทำงาน ความยากของงาน สังคม อื่นๆอีกเยอะแยะ และเรื่องที่เราจะพูดถึงกันในวันนี้คือ เมื่อเราเรียนในระดับมหาลัยแล้ว เราก็จะเจอสังคมที่กว้างขึ้น มากขึ้น หลากหลายขึ้น เราจะจัดการสังคมรอบตัวเราที่ใหญ่ขึ้นยังไง เราจะจัดการความสัมพันธ์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้นอย่างไร ทั้งเพื่อนกลุ่มมหาลัย เพื่อนมัธยม เพื่อนชมรม เพื่อนของเพื่อน ทั้งแฟน ทั้งครอบครัว เราจะจัดการให้เวลากับทุกคนได้อย่างไร มาดูกันครับวันนี้

  1. สื่อสารให้ชัดเจน

สิ่งแรกครับคือการสื่อสาร เพราะการสื่อสารคือการแสดงความสำคัญกับคนแต่ละกลุ่มของเราครับ เดี๋ยวนี้มีช่องทางการสื่อสารมากมายครับ ทั้งเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ ไลน์ โซเชียลอื่นอีกมากมาย ดังนั้นเวลาไปเรียนมหาลัยแล้วก็อย่าลืมเพื่อนๆ ครอบครัวครับ ติดต่อกันบ้างทักทางไลน์ หรือเฟซบุ๊คก็ยังดี อย่าทิ้งให้ห่างไปเลย โดยเฉพาะครอบครัวก็ควรหาเวลากลับบ้าน หรือโทรศัพท์บ้าง(สำหรับคนอยู่หอ)

ส่วนแฟนนั้น(อย่าบอกนะว่าไม่มี มีอยู่แล้วแหละยอมรับมาซะดีดี) ผมแนะนำว่าควรสื่อสารกันให้เข้าใจ พูดกันอย่างสบายใจถึงความรู้สึกของกันและกัน  พยายามแบ่งปันเรื่องดีๆที่เกิดขึ้น รวมถึงความรู้สึกดีดีให้แก่กันครับ แต่แนะนำนิดหนึ่งว่า อย่าให้ความรู้สึกของใครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาครอบงำเกินไป จะทำให้ความรัก “หน่าย” เร็วนะครับ

 2.  จัดการตารางเวลา

อย่างที่บอกไปตอนแรกครับ ว่าการเรียนมหาลัยก็เหมือนกับการใช้ชีวิตจริงในการทำงานดังนั้นเราจะรู้สึกว่า ทำไม “เวลา” มันเร็วจังเลย แป๊บเดียว ค่ำแล้ว การบ้านยังไม่ทำเลย(เดี๋ยวเล่น cookies run ก่อนล่ะกัน ฮา) ดังนั้นเราจะต้องจัดตารางเวลาสำหรับทำกิจกรรมอื่นให้เหมาะสม ทั้งเข้าเรียน  เล่นกีฬา งานอดิเรก ไปกินข้าวกับเพื่อน  การทำรายงานส่ง หรือแม้กระทั่งอยู่กับแฟน  อย่าลืมนะครับว่า ช่วงการเรียนมหาลัย เป็นช่วงเวลาที่ “สนุกที่สุด และมีค่าที่สุด” ดังนั้น เราจะยอมเสียไปกับคนรักอย่างเดียวล่ะ ลองจัดสรรเวลาให้ดี แล้วออกไปทำชีวิตให้มีประสบการณ์ดีดี และสนุกด้วยนะครับ เพราะชีวิตจริงในการทำงานนั้น การจัดการเวลานั้น “สำคัญ และยาก” ไม่แพ้การจัดการงานเลยทีเดียวเชียวแหละ

3.  อย่าขาดเรียน

แน่นอนครับว่ามาเรียนมหาลัย สิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือ “การเรียน” ครับจากข้อที่แล้วผมแนะนำว่าเราควรจัดการตารางเวลาให้ดีเพื่อให้ความสัมพันธ์ทุกกลุ่มอย่าง “สมดุล” กัน ผมเห็นบางคนแบ่งเวลาทำได้ทุกอย่าง มีเวลาให้เพื่อนทุกกลุ่ม แต่ไม่มีเวลาให้กับการเรียน สุดท้ายก็เรียนไม่ทันเพื่อน อย่างนี้ไม่ดีนะครับ ผมขอเตือนไว้สุดท้ายแล้วพ่อแม่ครอบครัวก็รอความสำเร็จของเราอยู่นะครับ “อย่าสนุกจนเพลิน”

   4.  ตัวเราไม่ใช่ศูนย์กลาง

เมื่อเรามีสังคมที่กว้างขึ้น มากขึ้นแน่นอนครับว่า คนรอบข้างเราก็มีสังคมแตกต่างกันไปแต่ละคน ดังนั้นเพื่อให้ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับคนรอบตัวเป็นไปอย่างราบรื่น ลงล็อค ผมแนะนำว่า เราควรที่จะ “ยืดหยุ่น” ไม่ใช่ “ยึดติด” เราต้องเข้าใจนะครับว่า คนทุกคน ย่อมมี “ธุระ” เป็นของตัวเอง ตอนเราเรียนมัธยมเรานัดเพื่อนเจอกันเสาร์ อาทิตย์เพื่อทำรายงาน  เดินห้าง กินข้าว เล่นกีฬา เล่มเกมส์ ดูหนัง ตอนนั้นเพื่อนในกลุ่มอาจจะว่างทุกคน แต่พอเรียนมหาลัยเรานัดเพื่อนแต่เพื่อนอาจจะไม่ได้มาทุกคน(ด้วยสาเหตุอันสุดวิสัยของแต่ละคน) ถ้าเจอสถานการณ์แบบนี้อย่าโกรธเพื่อนนะครับอย่ายึดติดตัวเรา ให้ยืดหยุ่นตามสถานการณ์ ขอให้เข้าใจว่าเพื่อนรักเราเหมือนเดิมนั่นแหละ

ส่วนแฟนก็เหมือนกันบางครั้งเราอาจจะไม่ได้เจอคนรัก ทุกครั้งที่นัดกันอาจจะเป็นเพราะว่าเธอติดเรียน ติดกิจกรรม ติดงานที่บ้านหรืออะไรก็ตาม หนุ่มอย่างเราก็อย่าไปโกรธนะครับ ลองอธิบายพูดคุยกันให้เข้าใจ คิดด้วยเหตุผลและหาทางแก้ด้วยกัน อย่าเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางไม่งั้นเราจะโกรธ จนความสัมพันธ์สะบั้นลงได้ มองในแง่ดีถ้าเธอไม่ว่าง เราก็ถือโอกาสนี้ไปแฮงค์เอ้าท์ เตะฟุตบอล กับเพื่อนดีกว่า

     5.  แฟนไม่ใช่ตุ๊กตา

แน่นอนครับว่า เมื่อเรามีแฟนผู้ชายหลายคน อาจจะ “ติดแฟนจนลืมเพื่อน หรือติดเพื่อนจนลืมแฟน” แล้วเราจะทำยังไงให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายลงล็อคเป็นไปด้วยดี มีความสุขทั้งสองฝ่าย เอาอย่างนี้ไหมครับ ลองพาแฟนของเราไปเปิดตัวกับกลุ่มเพื่อนซักหน่อย อาจให้เธอนำเพื่อนเธอไปด้วยสัก 2-3 คน (แน่นอนเพื่อนเธอสวย น่ารักที่สำคัญโสด อิอิ) อาจจะพาไปงานวันเกิดของคนในกลุ่มเรา หรือว่าอาจจะไปดูหนังหรืองานปาร์ตี้เล็กด้วยกัน ในทางกลับกันเราก็ไปกับเพื่อนกลุ่มเธอบ้าง วิธีนี้นอกจากทั้งเราและแฟนจะได้เพื่อนกลุ่มใหม่แล้ว เราอาจะได้เพื่อนเธอมาเป็นกิ๊กเราด้วย(ฮา) ไม่ใช่ เวลาเรามีปัญหากับแฟน เพื่อนเรานี่แหละจะทำหน้าที่ “กาวใจ” คอยประสานให้ เรา “ง้อ” แฟนได้ไม่ยากนัก (หรือยากกว่าเดิมไม่รู้ ฮา)

       6.  จัดการความสัมพันธ์ให้ชัดเจน

หนุ่มหล่ออย่างเราผมเข้าใจครับว่า อาจจะมีสาวน่ารักเข้ามามากมายแต่จะดีถ้าเราพูดคุยกับสาวน้อยเหล่านั้นว่าเราคิดอย่างไรกับพวกเธอ มีผู้หญิงหลายคน เกิดอาการ “มโน” ไปเองว่าผู้ชายคนนี้ คนนั้นชอบเรา แต่ความเป็นจริงเขาเหล่านั้นไม่ได้คิดอะไรกับเธอเลย ดังนั้นหนุ่มควรแสดงความชัดเจนไปก่อนเลยครับว่า เราคิดอย่างไรกับพวกเธอ จะเป็นแค่น้องสาว เพื่อน พี่สาว หรืออะไรก็ตาม รวมถึงอย่าแสดงอาการ หรือสัญญาณที่บอกว่า “เอานะ” เช่น โทรหาบ่อยๆ(โดยเฉพาะเวลาก่อนนอน) ไลน์หาบ่อย ตามเม้น ตามทัก ในเฟสบุ๊ค พาไปเลี้ยงข้าวดูหนัง ให้ของขวัญ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อความสบายใจของคุณเองรวมถึงสาวน้อยเหล่านั้นด้วยการแสดงความสัมพันธ์ที่ชัดเจน จะทำให้ความสัมพันธ์กับสาวน้อยเหล่านั้นคงอยู่ยาวนานมากกว่าให้เธอ “มโน” ไปเองแล้วมาเสียใจตอนหลัง ถ้าเป็นอย่างนั้นตัวคุณนั่นแหละครับจะเสียเครดิตจีบใครจะยากกว่าเดิม ส่วนถ้าคุณกับเธอ จะเป็น one night stand ด้วยความพร้อมใจทั้งสองฝ่ายก็ตามสบายครับ แต่ถ้าคุณใช่แต่เธอไม่ก็อย่าเหอะครับ (เวรกรรมมีจริงนะ)

ส่วนแฟนของคุณ ถ้าหากคุณรู้สึกว่าความสัมพันธ์ของคุณกับเธอเริ่มไม่ดี หรือคุณไม่อยากไปต่อแล้วผมแนะนำบอกเธอไปเลยครับ แน่นอนครับว่า ทั้งคุณและเธอต้องเสียใจแน่(หรือเปล่า) แต่มันก็ดีกว่าคุณยังไม่เลิกกับเธอแต่ไปหากิ๊กไปเรื่อย อย่างนี้มันทำร้ายจิตใจกันเกินไป อย่าทำเลยผมขอร้อง

เป็นอย่างไรครับ สำหรับเคล็ดลับวันนี้ที่นำมาฝากกัน เรื่องการจัดการความสัมพันธ์ให้ลงตัวนี่ เป็นการจัดการที่หากเราไปทำงานจริง ต้องเจอแน่นอนครับ ไม่ว่าจะเป็น เพื่อนร่วมงาน รุ่นพี่ รุ่นน้อง เด็กฝึกงาน ลูกค้า เจ้านาย ครอบครัว เพื่อนเรียน และอื่นอีกมากมาย เราจะต้องจัดการความสัมพันธ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์และกลุ่มต่างๆให้ลงตัวเพื่อให้ชีวิตของเรามีความสุข ไม่ใช่ให้เวลาเพื่อนมากจนงานเสีย หรือให้เวลากับงานจนไม่มีเวลาให้กับครอบครัว ยังไงลองเอาไปปรับใช้ดูนะครับ วันนี้สวัสดีครับ

comments