Home > สัตว์เลี้ยง > การดูแลรักษาโรคผิวหนังแมว

การดูแลรักษาโรคผิวหนังแมว

Advertising


การดูแลรักษาโรคเรื้อน หรือ โรคผิวหนังสำหรับแมว

อาการคันของแมวที่คุณเลี้ยงนั้น สามารถบ่งบอกได้ถึงสภาพของผิวหนัง ซึ่งต้องหมั่นสังเกตสักนิด หากพบว่าเจ้าแมวน้อยของคุณเกามากกว่าปรกติ หรือ ตามผิวหนังมีสิ่งที่ผิดสังเกต เช่น มีสะเก็ดเกิดขึ้น เพราะนั้นอาจจะเป็นอาการเริ่มต้นของโรคเรื้อนในแมว

โรคเรื้อนในแมวนั้นเป็นชนิดเดียวกันกับสุนัขซึ่งแบ่งเป็นสองปรเภทคือ โรคเรื้อนเปียก demodectic  และ โรคเรื้อนแห้ง Sarcoptic  ซึ่งต้องดูแลและรักษาติดตามอาการอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นแล้วจะลามไปทั้งตัว และ หากยิ่งเกาอาการก็จแย่ลงเพราะจะเป็นแผลพุพองลุกลาม ซึ่งการรักษานั้น สัตว์แพทย์ต้องขูดผิวหนังในบริเวณที่สงสัยว่าเป็นเรื้อนไปตรวจสอบก่อนว่าใช้หรือไม่ ซึ่งส่วนมากมักพบตามผิวหนัง ตามข้อต่อต่างๆเช่น ข้อแขน ข้อเข่า ศรีษะ และ เท้า ซึ่งหากเป็นเรื้อนการรักษาก็ต้องกระทำเป็นระยะๆอย่างต่อเนื่องซึ่งจะมีการให้ยามาป้อน และ ยาทา หรือ แม้แต่การใช้แชมพูสำหรับอาบแบบพิเศษ

นอกจากนี้ยังต้องตรวจสอบสัตว์เลี้ยงตัวอื่นที่เลี้ยงรวมกัน ซึ่งต้องแยกตัวที่เป็นเรื้อนออกมาต่างๆหาก เพื่อป้องกันไม่ให้ลามไปยังตัวอื่นๆ ซึ่งการดูแลเบื้องต้น ต้องตรวจบาดแผลของแมวตัวที่เป็นว่ามีการลุกลามไปยังส่วนไหนบ้าง เช่น ภายในปาก หู ตา ซึ่งนอกจากต้องไปพบแพทย์แล้ว ก็ต้องใส่ยาตามบาดแผลในบริเวณต่างๆที่มีอาการพุพองโดยอาจใช้ยาใส่แผลแบบน้ำ หรือ แบบครีมก็ได้ นอกจากนี้ โรคผิวหนังของแมวไม่ใช่มีแค่โรคเรื้อน โรคกลาก ก็เป็นอีกชนิดที่สามารถพบได้ในแมว ซึ่งอาการที่สังเกตได้คืออาการคัน ขนร่วงเฉพาะจุด ผิวหนังมีสีเทา หรือ เป็นสะเก็ดคล้ายรังแค ซึ่งหากสงสัยก็ต้องนำไปหาสัตว์แพทย์ และ ต้องแยกแมวตัวที่เป็นออกจากตัวอื่นๆ

โรคอื่นๆที่เป็นโรคผิวหนังในแมวอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งอาการแพ้ หรือ สารอาหารไม่เพียงพอ อาการป่วยบางอย่างก็สามารถแสดงทางผิวหนังได้เช่น มีอาการเป็นตุ่มพุพอง มีรอยแผลแต่ไม่ใช่แผลที่เกิดจากการต่อสู้กับแมวตัวอื่นๆ ซึ่งนอกจากต้องไปพบแพทย์เพื่อรักษาอาการผิวหนังต่างๆแล้ว ก็ต้องดูแลเรื่องอาหารเช่น เลือกซื้ออาหารที่เหมาะสมกับอายุของแมว และ ต้องตรวจสอบบริเวณที่แมวนอน หรือ บริเวณที่เลี้ยง เพราะ เชื้อโรคบางอย่างอาจสะสมจากสิ่งสกปรกตามที่อยู่ของแมวได้เช่นกัน

comments